ฉี่หนู โรคที่มากับน้ำท่วม
วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554 04:09:12 น. 
ฉี่หนู โรคที่มากับน้ำท่วม..
ฉี่หนู โรคร้ายที่มากับฝน
วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 11:49:20 น. 
ภาวะฝนที่ตกหนักจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยขณะนี้ไม่เพียงส่งผล..
Download file Update 19-มีนาคม-2554 (4 KB)
ใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานในส่วนภูมิภาค
Download file Update 19-มิถุนายน-2552 (4 KB)
รายละเอียดการเฝ้าระวัง ประจำวัน


 
ฉี่หนู โรคที่มากับน้ำท่วม
 

ในภาวะน้ำท่วม และน้ำท่วมขังอาจกลายเป็นที่เป็นปัญหาแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรคเลปโตสไปโรสิส หรือโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคฉี่หนู ซึ่งจะพบได้มากในฤดูฝน หรือที่ที่มีน้ำและไข้หวัดนกท่วมขัง ในระยะ 1-2 สัปดาห์ภายหลังน้ำลดมีสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วย เช่น ของเล่น แก้วน้ำ ช้อนอาหาร โรคฉี่หนู มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย โดยมีหนูเป็นสัตว์นำโรค นอกจากนี้ยังพบใน สุนัข หมู การป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สำคัญที่สุด วัว ควาย ได้อีกด้วย สัตว์เหล่านี้จะปล่อยเชื้อออกคือ ลดการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยไปสู่ผู้อื่น มากับปัสสาวะและปนเปื้อนอยู่ตามแหล่งน้ำขัง ชื้นแฉะ เชื้อชนิดนี้มีชีวิตอยู่ในน้ำได้หลายเดือน เชื้อโรคซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยการล้างมือบ่อยๆ การใช้

ฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือ กินอาหาร หรือน้ำกระดาษทิชชู ผ้าหรือหน้ากากอนามัย ปิดปาก

ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป และเชื้อเข้าทางรอยแผล รอยปิดจมูก เวลาไอ จาม และเมื่ออยู่ในที่ชุมชน

ขีดข่วน หรือผ่านผิวหนังปกติที่แช่น้ำนานๆ โดย

ผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ มีโอกาสที่ ทั่วไปมักติดเชื้อขณะเดินย่ำดินโคลน เดินลุยน้ำท่วม จะใช้มือที่สัมผัสน้ำมูก น้ำลายของตนเอง

อาการของโรคจะแสดงหลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อ 2-ไปสัมผัสกับสิ่งของรอบๆ ตัว เมื่อคนอื่นใช้มือ

29 วัน มีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ สัมผัสหรือหยิบจับสิ่งของเหล่านั้น จะได้รับเชื้อ

ประชาชนควรป้องกันตนเอง เพื่อลดโอกาสโรคที่ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ โดยเชื้อจะเข้า

เสี่ยงต่อการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค ทางเยื่อบุจมูก ตา และปาก เราจึงควรล้างมือ

ฉี่หนู ดังนี้ ให้สะอาดทั่วถึงด้วยน้ำ และสบู่ หรือใช้

1.สำรวจพื้นที่เสี่ยง ปรับสภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบระบายน้ำ ทำแนวทางเดินที่สูงกว่าพื้นปกติ

ถางหญ้าบริเวณทางเดินและใกล้ทางเดินเพื่อไม่ให้ทุกครั้งหลัง ไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก ก่อนและหลังเป็นที่อยู่ของหนู  การสัมผัส   ผู้ป่วย ก่อนรับประทานอาหาร ก่อน2.หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือที่ชื้นแฉะมีน้ำขังด้วยเท้าเปล่า ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่และหลังการ เตรียมหรือปรุงอาหาร หลังการขับถ่าย

ชื้นแฉะควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง และหลัง การสัมผัสสัตว์ ทุกชนิด
3.ถ้ามีบาดแผลตามตัว ควรงดการลงแช่ในน้ำ เชื้อโรคที่เกิดจากการไอ จาม ของผู้ป่วย

4.หลังเสร็จภารกิจที่ต้องสัมผัสน้ำหรือที่ชื้นแฉะสามารถแพร่กระจายออกไปได้ไกลถึง 3 ฟุต

แล้ว ควรรีบอาบน้ำชำระร่างกาย หรือล้างมือล้างเท้าหรือ 1 ช่วงแขน ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดมีโอกาสรับ

ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง เชื้อได้ ซึ่งจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก
5.ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หากพบว่าการใส่หน้ากากอนามัย สามารถลดการแพร่

จำเป็นต้องเก็บไว้ ควรใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดกระจายของอณูเล็กๆ ที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนได้ถึง

ป้องกันไม่ให้หนูมาฉี่รดได้ ผักสด ผลไม้ ต้องล้างร้อยละ 80 การใส่หน้ากากอนามัย จึงช่วยป้องกัน

ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง การแพร่เชื้อโรคทางเดินหายใจไปสู่ผู้อื่นได้

6.ควรสังเกตอาการตนเองและผู้ใกล้ชิด ถ้ามีอาการปวดศีรษะรุนแรง มีไข้สูง รีบไปพบแพทย์เราจึงควรใส่หน้ากากอนามัย เมื่อป่วยด้วยโรค ทันที พร้อมทั้งแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่ามีการย่ำน้ำติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอาการไอ จาม มีน้ำมูก ลุยโคลนที่มีน้ำขัง และเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในที่สาธารณะ เช่น ในห้องเรียน ห้องทำงาน ศูนย์การค้า รถประจำนอกจากโรคฉี่หนูแล้ว ผู้ที่ประสบอุทกภัยควรระมัดระวังดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองตลอดจนทาง โรงพยาบาล โดยเฉพาะในห้อง ปรับอากาศ บุคคลในครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคต่างๆ ที่ป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ อาจเกิดขึ้นในภาวะวิกฤติน้ำท่วม ซึ่งยังมีโรคติดเชื้อใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ อื่นๆ ที่ต้องระวังรวมไปถึงแมลงหรือสัตว์มีพิษกัด

  วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554 04:09:12 น.